ร่วมประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ ๒๓/๒๕๖๐

23-2560

ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมประชุมองค์กรหลัก ครั้งที่ ๒๓/๒๕๖๐ โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในที่ประชุม เมื่อวันอังคารที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๐ ณ ห้องประชุม ๕ ชั้น ๑ อาคารสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ดร.กมล รอดคล้าย โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้รับทราบข้อสั่งการจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

– การปรับเปลี่ยนการกำกับดูแลหน่วยงานในกำกับของกระทรวงศึกษาธิการ จากการที่นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาบทบาทหน้าที่ของหน่วยงานในกำกับของกระทรวงต่าง ๆ ที่มี ๓๘ หน่วยงาน โดยให้หน่วยงานที่ต้องคงไว้ ๓๒ หน่วยงาน แต่ไม่ให้มีการเพิ่มบุคลากร และคณะรัฐมนตรีมีมติที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ เห็นชอบการปรับเปลี่ยนให้สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (องค์การมหาชน) หรือ ITD ไปอยู่ในกำกับของกระทรวงพาณิชย์ และให้สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. จากการกำกับดูแลของสำนักนายกรัฐมนตรี มาอยู่ในกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการในส่วนการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง สมศ. ใน ๑ มาตรา (การกำกับดูแล) ต่อไป

– การขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสู่การปฏิรูปประเทศ นายกรัฐมนตรีได้รับเอกสาร “การขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาสู่การปฏิรูปประเทศ” จากสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ซึ่งได้รวบรวมศาสตร์พระราชาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ ๙) ที่ประชาชนชาวไทยควรถือปฏิบัติ โดยมีเนื้อหาประกอบด้วย ๔ เรื่องหลัก คือ แนวคิด “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”, แนวคิดภูมิสังคม, หลักการทรงงาน ๒๓ ข้อ, การสร้างคนด้วยการศึกษาและการเรียนรู้ ทั้งนี้ รมว.ศธ. ได้ให้ ศึกษาธิการภาค และศึกษาธิการจังหวัด (ศธภ/ศธจ.) นำศาสตร์พระราชามาใช้ในระบบการศึกษาต่อไป

– ตัวชี้วัดการปฏิรูปการศึกษา นายกรัฐมนตรีได้มอบให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดตัวชี้วัดการทำงาน (KPI) ของทุกหน่วยงานให้ชัดเจน อย่างศึกษาธิการภาค และศึกษาธิการจังหวัด (ศธภ/ศธจ.) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการตามนโยบายที่กำหนด เช่น การเปิดโอกาสให้นักเรียนชั้น ม.๓ ได้ฝึกงานเชื่อมโยงกับสถานประกอบการ, การดูแลเด็กพิการให้ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงในทุกระดับ เป็นต้น

– การแต่งตั้งบุคคลในคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ผลการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๐ ซึ่งมีมติให้มีการแต่งตั้ง รองประธานคณะกรรมการ, คณะอนุกรรมการ และโฆษกคณะกรรมการ อีกทั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาได้มีการเปิดเฟซบุ๊คและไลน์ “ร่วมปฏิรูปการศึกษาไทย” เพื่อเป็นช่องทางในการรับฟังความคิดเห็นต่อการปฏิรูปการศึกษา

– การปรับปรุงฐานข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศ รมว.ศึกษาธิการ มอบหมายให้ รศ.นพ.โศภณ นภาธร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบดูแลการปรับปรุงระบบฐานข้อมูลและเทคโนโลยีสารสนเทศของกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมกับหน่วยงานหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ฐานข้อมูล ๔ ด้าน คือ ข้อมูลนักเรียน, ข้อมูลครู, ข้อมูลสถานศึกษา, ข้อมูลบุคลากร) เพื่อให้มีฐานข้อมูลกลางด้านการศึกษาที่อยู่ในระบบเดียวกัน เชื่อมโยงถึงกัน และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการขับเคลื่อนนโยบายการจัดการศึกษา โดยในส่วนของค่าใช้จ่ายจะรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

– ความร่วมมืออาชีวะทวิภาคี สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้รายงานให้ที่ประชุมรับทราบว่า ได้เตรียมจัดพิธีลงนามความร่วมมือการจัดการศึกษาทวิภาคีร่วมกับบริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด ในวันที่ ๒๓ มิถุนายน ๒๕๖๐ เวลา ๑๓.๓๙ น. เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนนักศึกษาของ สอศ. กว่า ๖๐๐,๐๐๐ คน ได้รับประสบการณ์การทำงานจริงในทุกสายงาน กับ บิ๊กซี กว่า ๘๐๐ สาขาทั่วประเทศ

ปกรณ์/ สรุป
กลุ่มสารนิเทศ สอ.สป.

544total visits,1visits today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *