รมว.ศธ.เปิดการประชุมโครงการพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการภาค/จังหวัดทั่วประเทศ

สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ จัดการประชุมสัมมนาโครงการพัฒนาผู้บริหารสำนักงานศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 ระหว่างวันที่ 14-17 มิถุนายน 2560 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยมี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุม เมื่อวันพุธที่ 14 มิถุนายน 2560

1497414551074

● แสดงความยินดีกับศึกษาธิการภาค/จังหวัด เชื่อมั่นว่าจะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกฝ่ายได้อย่างดี

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ กล่าวในพิธีเปิดตอนหนึ่งว่า ขอแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับตำแหน่งใหม่ ทั้งศึกษาธิการภาค รองศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด และรองศึกษาธิการจังหวัด ประมาณ 190 คน ซึ่งมาเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้เป็นเวลา 3 วัน อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้าง หรือใครจะได้เป็นตำแหน่งอะไร หรือศึกษาธิการภาค/จังหวัดจะมีจำนวนกี่คนนั้น เป็นเรื่องที่ประชาชนไม่ได้สนใจ เพราะประชาชน ผู้ปกครอง นักเรียน ต้องการจะรู้เพียงว่าพวกเขาจะได้โรงเรียนดี ๆ หรือครูสอนในโรงเรียนที่ลูกหลานเรียนอยู่เป็นอย่างไร

การปฏิรูปการศึกษาในระดับภูมิภาคด้วยการมีศึกษาธิการภาค/จังหวัดนั้น หลายคนมีความกังวลเกิดขึ้น เพราะมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเกิดความแตกแยกกันเองในกระทรวง ศึกษาธิการระหว่างสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการกับสำนักงานเขตพื้นที่การ ศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน แต่เมื่อเดินหน้ามาถึงจุดนี้แล้ว เชื่อมั่นว่าศึกษาธิการภาค/จังหวัดจะเดินหน้าและบูรณาการการทำงานกับทุกฝ่ายได้อย่างมีคุณภาพ

จะมีการประเมินคุณภาพศึกษาธิการภาค/จังหวัด เพื่อให้เกิดการพัฒนา

ทั้งนี้ มีความคาดหวังต่อศึกษาธิการภาค/จังหวัดว่า จะต้องเป็นผู้สร้างสิ่งใหม่ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเรื่องการศึกษาให้ได้ ซึ่งต่อไปจะมีตัวชี้วัดและเกณฑ์การประเมินคุณภาพศึกษาธิการภาค/จังหวัดด้วย เพราะจะทำให้เราทราบถึงสมรรถนะ จุดอ่อน จุดแข็งของตนเอง เหมือนเราเป็นเจ้าของร้านอาหารที่มีสาขามากมายทั่วประเทศ จะรู้ได้อย่างไรว่าแต่ละสาขามีคุณภาพตามเกณฑ์ที่เรากำหนดไว้ ก็ต้องมีกระบวนการในการเช็คมาตรฐานหรือสุ่มตรวจ จนมั่นใจว่ามีคุณภาพจริง ๆ เช่นเดียวกันทุกสาขา

ดังนั้น เราจึงต้องมองการทำงานของเราเองจากสายตาของบุคคลที่สาม เพื่อนำมาปรับปรุงพัฒนาการทำงานของเรา ซึ่งควรประกอบด้วยคน 3 กลุ่ม คือ 1) ประชาชน ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน 2) ความคาดหวังของรัฐบาลหรือกระทรวงศึกษาธิการ 3) คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา

ทั้งนี้ เคยย้ำเสมอว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหม่ ไม่ต้องการเปลี่ยนโครงสร้างของกระทรวงครั้งใหญ่ เพราะจะเกิดผลกระทบต่อประเทศชาติไปอีกหลายปี แต่หากจำเป็นต้องเปลี่ยน ก็ควรเป็นการเปลี่ยนเพื่อการเรียนการสอน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงการปฏิรูปการศึกษาในขณะนี้เหมือนกับเปลี่ยนเป็นระบบ “ไฮบริด” โดยมีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเข้ามาทั้ง 2 ส่วน คือ ศึกษาธิการภาค/จังหวัด และคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ที่จะเข้ามาช่วยดูพวกเราทำงานเป็นเวลา 2 ปี ดังนั้น จึงฝากขอให้ผู้บริหารทั้งระดับภาคและจังหวัดมีความตั้งใจที่จะทำงาน

537total visits,2visits today

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *